บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วิธีสระผมด้วยมะกรูดสดและเบกิ้งโซดา DIY wash you hair with Kaffir lime an...





สำหรับคนที่ไม่มีอุปกรณ์มากมาย แค่มีมีดไว้หั่นมะกรูดกับมีขวดไว้ใส่วัตถุดิบทั้งหมดแค่นั้นเอง



วัตถุดิบ

มะกรูดแก่ 1 ลูก

เบกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 2 ถ้วย หรือประมาณครึ่งขวด



อุปกรณ์

มีด, เขียง, ขวดน้ำที่มีฝาเป็นจุดแบบแชมพู หรือขวดน้ำอะไรก็ได้



วิธีทำ

คลึงมะกรูดเพื่อให้น้ำมันออกมาเยอะๆ แล้วหั่นเป็นสองซีก แล้วบีบน้ำออกมาให้หมด จากนั้น นำน้ำมะกรูดและเบกิ้งโซดามาผสมกันในขวด ใส่น้ำไปประมาณ 2 ถ้วยหรือครึ่งขวด เขย่าให้เบกิ้งโซดาละลายแล้วพักไว้ก่อน

นำเปลือกมะกรูดมาถูๆ ชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ นวดวนๆให้ทั่ว หรืออาจจะหมุกทิ้งไว้พักหนึ่งก็ได้ ซึ่งเปลือกมะกรูดจะทำให้ผมนุ่มลื่นและบำรุงหนังศีรษะไม่ให้แห้ง เป็นรังแค

ขั้นตอนสุดท้ายคือ น้ำน้ำมะกรูดที่ผสมกับเบกิ้งโซดาและน้ำ ค่อยๆเทลงบนศีรษะช้าๆ นวดบริเวณที่เปียกให้ทั่ว จะรู้สึกได้ว่าความมันหายไปเยอะมาก และก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด



เสร็จแล้วค่า!



ใครลองแล้วชอบก็สามารถสระผมแบบนี้โดยเปลี่ยนอัตราส่วนได้ตามชอบใจนะคะ ทำใช้ครั้งต่อครั้ง ยกเว้นว่าใครขี้เกียจทำบ่อยๆ ก็ลองไปดูวิธีทำแชมพูมะกรูดเก็บไว้เยอะๆ ได้ที่ลิงก์นี้เลยจ้า https://www.youtube.com/watch?v=ys5PlbgUw0o

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

พาทัวร์ชมสินค้าโครงการหลวงที่ร้านพระดาบส Review organic product at Phrad...





วันนี้พลอยสีขออาสาพาเพื่อนๆไปดูผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากโครงการหลวงที่ร้านพระดาบสกันค่ะ
(ใครขี้เกียจอ่านเปิดวิดีโอดูได้เลยนะคะ) 

ร้านพระดาบสสาขานี้ ตั้งอยู่ที่แยกสี่เสาร์เทเวศร์พอดิบพอดี หาง่ายมากค่ะ 
และของในร้านก็สดใหม่ เพราะส่งตรงจากโครงการหลวงเลย ที่สำคัญ ราคาไม่แพงด้วยค่ะ เย้ๆ 

สินค้าในร้านมีทั้งของกินของใช้มากมาย บางทีก็มีพืชผักสมุนไพรให้เราได้จับจ่ายเอากลับไปปลูกที่บ้านด้วย

และที่ขาดไม่ได้ คือ อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งบางคนบอกว่าหาซื้อยาก หรือที่หาซื้อได้ก็ราคาแพง แต่ถ้าคุณมาพระดาบส ขอบอกว่าไม่ผิดหวังค่ะ 

เมล็ดลินินถุงละ 45 บาท 
เมล็ดงาหอมถุงละ 45 บาท 
(ที่นำมาใส่มุสลี่โยเกิร์ตในกระทู้เก่านั่นแหระค่า หุหุ) 

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมากมาย โดยเฉพาะข้าวกล้องกลายสายชนิด ทั้งข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้อมหอมนิน ข้าวกล้องดอย ข้าวสาลี สลัดผักสด ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ นมสด ฯลฯ

มีผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ซีเรียลบาร์ คุ้กกี้ชาอู่หลง แยมผลไม้ น้ำผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม โยเกิร์ตไขมันต่ำ ฯลฯ

เรื่องราคา ถ้าเทียบกับคุณภาพแล้วคุ้มค่ะ 
ที่สำคัญคือ ปลอดภัย รับประทานได้ หายห่วง 
ขอจบการพาทัวร์แต่เพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่รักสุขภาพนะคะ :)

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มาทำมุสลี่โยเกิร์ตธัญพืชง่ายๆ ได้คุณค่าทางอาหารสูงกันเถอะ How to make a simple nutritious muesli yogurt





จานนี้ทำง่าย ไขมันต่ำ และที่สำคัญมีประโยชน์มากต่อร่างกาย สามารถทานเล่นเป็นอาหารเสริมหลังจานหลักได้ หรือถ้าใครจะทานเป็นจานหลักก็เพิ่มปริมาณโยเกิร์ตและส่วนผสมอื่นๆไปได้ตามความต้องการค่ะ มาดูส่วนผสมกันเลยนะคะ

ส่วนผสม

1. กรีกโยเกิร์ตธรรมชาติแบบไม่ผสมน้ำตาล 
2. มุสลี่ผสมผลไม้รวม 
3. เมล็ดงาหอม (งาขี้ม่อน) 
4. เมล็ดลินิน 

Ingredients
Greek yogurt 
Multi fruit muesli 
Pallira seed 
Flaxssed 



ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ

โยเกิร์ตมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไรโบฟาวิน (วิตามินบี 2) สังกะสี และวิตามินบี 5, บี12 
ส่วนใน มุสลี่ผลไม้รวมอบแห้งนั้น มีทั้งโปรตีน วิตามิน กากใย และความหวานจากน้ำตาลในธรรมชาติ เมล็ดงาหอมกับเมล็ดลินินมีกรดไขมันดี คือ โอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกายนอกจากนี้ เมล็ดงาหอมยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย บางแห่งเชื่อว่าช่วยเรื่องการเผาผลาญให้ดีขึ้น แต่ไม่นิยมให้รับประทานครั้งละมากเกินไป เนื่องจากอาจมีผลต่อโรคประจำตัวบางโรคได้ จึงควรศึกษาก่อนรับประทาน

แหล่งที่ซื้อเมล็ดงาหอมกับลินิน ซื้อได้ที่ร้านโครงการหลวงนะคะ ราคาสบายกระเป๋าค่ะ :) 


วิธีทำนำทุกอย่างมาผสมกันแล้วก็รับประทานได้เลยค่า

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

พอกหน้าด้วยมะกรูด Kaffir lime facail mask and scrub





สวัสดีค่า วันนี้จะมานำเสนอสมุนไพรของดีบ้านเรา คือ มะกรูด และเกลือ นั่นเอง

คือพลอยสีชอบทำสบู่แชมพูใช้เอง วันนึงก็ลองเอาแชมพูมะกรูดที่ทำเองมาพอกตัว ปรากฏว่าแจ่มมาก (มีในวิดีโอสอนทำแชมพูมะกรูดนะคะ) วันนี้เลยนำครีมมะกรูดที่ทำแบบเดียวกับแชมพูมะกรูด มาพอกหน้าและเอาเกลือมาขัด ผลออกมา หน้าเนียนนุ่มมากกกกก



ที่เนียนและนุ่มขนาดนี้คิดว่าเป็นเพราะน้ำมันในมะกรูดช่วยให้ผิวเรานุ่มขึ้น ส่วนเนียนก็น่าจะเพราะกรดในน้ำมะกรูดและเกลือที่นำมาขัดผิว ความรู้สึกจึงแตกต่างจากตอนใช้มะขามค่ะ



ขั้นตอนวิธีทำครีมมะกรูดก็อาจจะใช้ระยะเวลาสักหน่อย แต่ถ้าทำแล้วเก็บไว้ได้นาน และคุ้มค่า เพราะใช้ได้ทั้งหน้า ทั้งตัว และเป็นแชมพูสระผมได้ด้วย มาเริ่มกันเลยนะคะ



ป.ล. ใครขี้เกียจทำไปหาซื้อแชมพูมะกรูดแท้ 100% แบบไม่ผสมอะไรเลยมานะ ใครไม่ขี้เกียจก็ทำตามสูตร หรือดูวิดีโอที่เราเคยสอนไว้อันเก่านะคะ



ส่วนผสมครีมมะกรูด (ใช้เป็นแชมพูได้)

เปลือกมะกรูด 1 ส่วน

เนื้อมะกรูด 3 ส่วน

น้ำใส่ครึ่งนึงของสัดส่วนมะกรูด 1 : 2



หรือถ้าจะทำที่ล้างหน้าอย่างเดียวก็ใช้เปลือกทั้งหมดเลยก็ได้ ไม่ต้องทิ้งค่ะ



ปั่นให้ละเอียดแล้วนำไปต้มให้สุก ถ้าจะทำแขมพูก็กรองเอากากออก (กรองแล้วต้มอีกรอบฆ่าเชื้อนะจ๊ะ) ถ้าจะพอกหน้าก็สามารถใช้ได้เลยไม่ต้องกรอง



รอจนเย็นแล้วก็นำมาพอกหน้า ถ้าใครแพ้่ง่ายใช้ดินสอพองหรือเบกิ้งโซดาผสมไปนิดนึงให้ค่าความเป็นกรดลดลง จากนั้นค่อยพอก ทิ้งไว้ 5 นาที พอแห้งก็ทาซ้ำอีกทีเพื่อให้หน้าเหนียว แล้วใช้เกลือขัด จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด :)



อย่าลืมทาครีมบำรุงหลังล้างหน้าด้วยนะคะ



เสร็จแล้วค่าาา เย้ๆๆๆ

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Can we use lipstick on our cheeks? เราสามารถนำลิปสติกมาทาแก้มได้มั้ยคะ?





เคยสงสัยมั้ยคะว่า ลิปสติกจะสามารถนำมาทาหน้าได้มั้ย

ถ้าสงสัย ก็ลองเลย 5555


DIY Salt body Scrub สอนทำเกลือขัดผิวเหมือนใช้ในสปา (Eng sub)

English below

วัตถุดิบ

1. เกลือ (ใครชอบน้ำตาลใช้น้ำตาลได้นะคะ)

2. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น หรือน้ำมันอื่นๆ ตามที่เราชอบ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันัลมอนด์

3. สบู่เหลว

4. สมุนไพรตามชอบ เช่น น้ำผึ้ง ดินสอพอง ผงขมิ้น ฯลฯ

คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาขัดตัว (ถ้าจะขัดหน้าให้ใช้สบู่เหลวแทน)



ผิวจะนุ่ม ลื่น และไม่มันจนเกินไปเพราะว่าน้ำมันกับสบู่เหลวเมื่อนำมาใช้พร้อมๆกันมันจะลงตัวกับการขัดผิว คือ ทั้งทำความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื่นไปในตัว



ลองทำดูนะคะ



How to make your own sea salt scrub



Ingredients

1. Salt (if you like brown sugar is also your choice)

2. Coconut oil or any oils u prefer like olive, almond etc.

3. liquid soap (for facial scrub can use facial liquid soap)

4. herbs on your choice. In this vdo I used honey, white clay, turmeric power and other Thai herb we call Fa talai Chon ( Andrographis paniculata)



Mix all ingredients together then apply on your skin and scrub it softly :)



Thanks for watching and hope you're enjoy my VDO :)



DIY Double eyelid tape QUICK AND SUPER EASY (ทำที่แปะตาสองชั้นจากพลาสเตอ...

ทำตาสองชั้นง่ายๆ แค่ใช้พาสเตอร์ใสที่เอาไว้ทำแผลแค่นี้เลยจ้า :)
What you need is just a plaster! :)

ขั้นตอนคือ

1. แกะพลาสเตอร์ยาออกมานิดเดียว เล็กมากๆที่เราจะทำได้ แล้วเอากรรไกรตัด
2. นำมาแปะที่หลังมือเราแล้วลอกออก 3 - 4 ครั้ง เพื่อให้ไม่เหนียวเกินไป แล้วก็ติดลงบนบริเวณที่เราอยากให้เกิดเป็นเส้นตาชัดๆ โดยให้อยู่บริเวณกลาง ค่อนมาทางหางตา 

ดูตามคลิปได้เลยจ้าเลยจ้าาาา

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนไปอินเดีย!

สวัสดีค่ะ นมัสเต คนที่ชอบชมพูทวีปทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่เรื่องราวของดินแดนภารตะที่หลายคนคลั่งไคล้ หลายคนกลัวว่าไปแล้วจะรอดกลับมาหรือเปล่า... ขอบอกว่า อย่าได้กลัวไปเลยค่ะพี่น้อง อินเดียไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด (แม้บางคนจะบอกว่าถ้าเจองูกับเจอแขกให้ตีแขกก่อนก็เถอะนะ!) เอาเป็นว่า ถ้าคนไหนสนใจอยากไปอินเดียแล้วยังนึกหวั่น ไปครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะเป็นไงมั่ง ขอแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัว เตรียมใจง่ายๆ ก่อนไปอินเดียนะคะ :)

สายการบินที่ไปอินเดีย


ที่เคยใช้บริการ :)

1. การบินไทย (แอร์ไทย) อันนี้แพง แต่ถ้าไปครั้งแรก และมีกำลังซื้อก็โออยู่ เพราะจะได้ถามไถ่อะไรแอร์ได้บ้าง ราคาค่อนข้างสูง ถ้าซื้อล่วงหน้าอาจได้หมื่นต้นๆ แต่ถ้าซื้อก่อนไปไม่กี่วัน อาจพุ่งถึงหมื่นแปด

2. แอร์อินเดีย อันนี้ก็ที่นั่งโออยู่นะคะ ไม่ถือว่าแคบ อาหารก็เป็นอาหารแขก แกงกะหรี่ แอร์อาจจะไซส์เดียวกับแม่ค้าที่พาหุรัด แต่ถ้าโชคดีอาจเจอสาวสวยหน้าคมเชื้อสายอินเดียเหนือ อิ๊ๆๆๆ แอร์อินเดียราคาโอเคมาก หมื่นนิดๆ กระเป๋าไม่ฉีก บริการดี ที่นั่งก็โอเค มีทีวีจอเล็กติดเบาะให้ดูด้วย ข้อเสียคือ ดีเลย์แบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ทราบว่าอะไร ยังไง ทำไม แต่รับรองว่าถึงบ้านแน่นอน (แม้จะช้าไปสองสามชั่วโมงก็เหอะ)

3. อินดิโก้ อันนี้เป็นสายการบินใหม่ของอินเดีย ราคาย่อมเยาว์ บางครั้งตั๋วเก้าพันกว่าก็มี ไม่มีอาหารให้รับประทานบนเครื่อง ที่นั่งไม่ใหญ่มาก คล้ายๆแอร์เอเชีย อันนี้ต้องดูรายละเอียดที่เว็ปนะคะ ครั้งที่ไปถือว่าโอ ไม่ดีเลย์

4. แอร์เอเชีย เพิ่งเปิดตัวเส้นทางบินอินเดีย (ที่ไม่รู้จะปิดเมื่อไหร่) แต่ถูกเวอร์ ใครเป็นแฟนแอร์เอเชียไม่ควรพลาด (เคยแต่ไปที่อื่น ไม่เคยขึ้นไปอินเดีย แต่ก็ไม่เลว ไม่ควรมองข้าม ด้วยราคาที่น่าซื้อเป็นที่สุด)

อันนี้ไม่เคยใช้บริการ.. :(

5. คิงฟิชเชอร์ อันนี้เคยได้ยิน แต่ไม่เคขึ้น ต้องลองศึกษาข้อมูลดูนะคะ


6. เจ็ทแอร์ อันนี้ไม่เคยขึ้น แต่ราคาน่าสนใจ พอๆกับแอร์อินเดีย บางครั้งถูกกว่า และได้ยินว่าเครื่องแหร่ม พิสูจน์กันเอาเองนะคะ

7. ดรุกแอร์ แอร์สัญชาติภูฏาน อันนี้ก็ถูกเวอร์ บินกัลกาต้าร์ไม่ถึงหมื่น ถ้าได้ช่วงดีๆ เผลอๆได้ที่เก้าพันกว่า อันนี้ไม่เคยขึ้นเหมือนกัน ได้ข่าวว่าบางครั้งหยุดพักที่บังคลาเทศเลยไม่ขึ้น เพราะไม่รู้ว่ารอนานแค่ไหน



ก่อนไป..

1. แลกเงิน.. สำคัญมาก ที่นู่นหาแลกไม่ง่าย และที่อินเดียแม้จะใช้ ATM หรือบัตรเครดิตได้ แต่เอาให้แน่ก็พกเงินรูปีไปดีกว่า เรตที่ดีที่สุดคือ Super rich ไม่ใช่พาหุรัดนะคะ หรือบางคนถ้ามีเพื่อนไปมาแล้ว หรือมีเพื่อนเป็นแอร์ ขอให้เค้าเอามาแลกกับเรา ดูเรตได้จากเว็ปของ Super rich รับรองได้ราคาดีกว่าธนาคารหรือพาหุรัดแน่นอน

2. เตรียม "กระดาษทิชชู่" สำหรับเข้าห้องน้ำ กรณีที่ไปหลายวัน ไปนานๆ เตรียมไปเยอะๆ ยิ่งถ้าไปเองแบบไม่ง้อทัวร์ ยิ่งต้องเอาไปกะให้พอสำหรับธุระในห้องน้ำทุกครั้ง เพราะทิชชู่อินเดียแต่ละเมืองก็จะประหลาดไปคนละแบบ บางที่คล้ายกระดาษไข บางที่เหมือนกระดาาห่อข้าวมันไก่ แต่สีสันแตกต่างกันคัลเลอร์ฟูลมากๆ ไม่แน่ใจว่าจะระคายเคืองเวลาเข้าห้องน้ำหรือเปล่า ทางที่ดี เอาไปเองให้พอนะคะ

3. ไฟฉาย สำคัญนะเออ อินเดียไม่ได้ว่าจะมีไฟตลอดเวลา ดับตอนกลางวันก็แล้วไป แต่ดับหลางคืนเมื่อไหร่มีเฮนะคะ บางทีถ้าไปเมืองท่องเที่ยวหน่อย อาจมีเวลาให้เดินช็อปในร้านรวงระหว่างทางนานหน่อย ร้านปิดช้าเอาใจนักท่องเที่ยว แต่ไฟไม่เข้าใครออกใคร นึกจะดับก็ดับฟึ่บ ดังนั้น กันพลาด ไม่ให้เดินเหยียบขี้วัว เตรียมไฟฉายไปดีที่สุดค่ะ

4. ยาแก้ท้องเสีย ยาฆ่าเชื้อ และยาของโรคประจำตัว ควรเตรียมไปนะคะ เพราะบางคนไม่เคยลิ้มรสชาติอาหารแขกที่เต็มไปด้วยมาซาล่า ... เข่นนั้นแล้วไซร้ เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยควรเตรียมยาไปค่ะ

5. ซีอิ๊วขาว น้ำปลา สำหรับคนติดเค็ม เพราะอาหารอินเดียปรุงด้วยเกลือนะคะ ถ้าติดน้ำปลา น้ำพริกอะไรก็เอาไป แต่ถ้าชื่นชอบรสชาติอาหารแขก ไม่อยากพกไปให้หนักกระเป๋าก็ไม่จำเป็นมากค่ะ

6. ที่ล็อกประเป๋าหรือโซ่ล็อก กรณีเที่ยวเองแล้วต้องขึ้นรถไฟ เตรียมไปนะคะ

7. รูปถ่ายพาสปอร์ต กรณีอยากซื้อซิมที่นู่น อาจต้องใช้ เพราะมีการก่อการร้ายบ่อย เค้าจะขอรูปและก็อปปี้พาสปอร์ตเราเป็นหลักฐาน


เตรียมตัวเที่ยว กิน ในถิ่นแขก


Do / Don't ทิป การเที่ยว


1. พกพาสปอร์ตของเราไว้ เมื่อรู้ว่าจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ พาสปอร์ตไทยสามารถเนรมิตค่าเข้าชมให้ลดลงได้หลายบาท จากสองสามร้อยเหลือแค่สิบรูปี อันนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ ;)  (ราคานี้ไม่รวมทัชมาฮาลนะคะ คนไทยก็จ่ายเป็นร้อย ต่างชาติ 800 รูปี ถ้าอยากเข้าราคาอินเดียหรือฟรี ต้องไปฝึกภาษาแขก แต่งตัวแบบแขก และบอกว่ามาจากเนปาลหรือนากาแลน มณีปุระ (ออกเสียงว่ามณีปุรรรร) อัสสัม จะได้ราคาแขก อันนี้ต้องใช้ความสามารถนิดส์นึง)

2. ถ้าอยากถ่ายรูปในพิพิธภัณฑ์ และใช้กล้องดิจิตอลแบบที่ถ่ายได้ทั้งรูปและวิดีโอ บอกแค่ว่าจะถ่ายรูป มิเช่นนั้น จ่ายค่าเอากล้องเข้าแพงงงงงงเป็นร้อยสองร้อย ถ้าเป็นกล้องถ่ายวิดีโอก็น่าจะอยู่ที่สองร้อยรู

3. สำหรับสาวๆ ไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น แม้คิดว่าเข่าก็ยาวพอแล้วแต่บางทีน่องปูดมีเส้นเลือดขอดของสาวไทยอาจโดนใจหนุ่มแขก เพราะฉะน้านนน อย่าทำ อย่าทำ ใส่เสื้อผ้าประมาณว่าไปวัดกับยายจะปลอดภัยต่อดวงชะตาชิมิของท่าน และถือเป็นการให้เกียรติวัดวาอารามของศาสนาต่างๆที่หลากหลายในอินเดีย เว้นแต่เราไปเมืองฮอตๆอย่าง บอลลีวูด (มุมไบ) อะไรเช่นนั้นก็ไม่เป็นปัญหา สาวที่นั่นมั่นใจใส่เสื้อกล้ามก็มีค่ะ (แตกต่างกันเวอร์มาก)

4. หนุ่มสาวชอบสังสรรค์ "ห้ามดื่มแอลกอลฮอล์ในที่สาธารณะ" นะคะ มิเช่นนั้น ท่านจะถูกตำรวจจับ จับๆๆๆ นะคะ ผิดกฏหมายค่ะ ร้านรวงที่เป็นย่านท่องเที่ยวก็อนุโลมให้ดื่มในร้านอาหารได้ แต่ว่าปิดเที่ยงคืนนะตะเอง... อะจึ๊ย... ยังไม่เมา ปิดซะแล้ว

5. รถไฟฟ้า ผู้ชายเต็มตู้ น่ากลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นละมุนของมาซาล่าจากจั๊กกะแร้แขก สาวๆ สามารถสอบถามหาตู้สำหรับเลดี้ได้นะคะ รับรองไม่ต้องเบียดเนื้อแนบเนื้อแบบสกินชิพ และปลอดภัยกว่าค่ะ

6. รถไฟ ถ้าจะเดินทางเอง ซื้อตั๋วที่สถานีเอง รับรองไม่มีวันชนะแขก เพราะเค้าไม่มีการต่อคิว ให้เดินมองหาช่องซื้อตั๋วสำหรับ "Tourist" และไปซื้อที่ช่องนั้น หรือบางคนซื้อจากเอเจ้นก็เลือกที่ที่ไว้ใจได้นิดนึงนะคะ ล็อกกระเป๋าของท่านให้ดีถ้าต้องหลับบนรถไฟ ยิ่งถ้าไปคนเดียวจะเสี่ยงมาก พาสปอร์ตและของมีค่าทั้งหลายเก็บไว้ที่ตัว ถ้าอยู่ตู้นอนก็นอนกอดกระเป๋าไปเลย หนุนกระเป๋าก็ได้ เพราะคนของหาย โดนล้วง โดนกรีดเยอะมาก รองเท้ายังเอา คิดดูนะตัวเธอ! >,<

7. รถบัส อันนี้ก็วิ่งนาน ไม่ค่อยจอดให้เข้าห้องน้ำ ถ้าเจอห้องน้ำควรรีบเข้าทันที คุณสุภาพสตรีต้องทำใจถ้าเดินทางไกลแบบข้ามคืน แนะนำให้ใส่กระโปรงที่ถกง่ายๆ เพราะบางทีอาจต้องฉี่หลังก้อนหิน เคยเจอสาวฝรั่งฉี่ข้างรถมาแล้วแบบไม่แคร์สื่อ ชีถกกระโปรงฉี่ แบบไม่อนาจารเพราะกระโปรงคลุมมิด ไม่เห็นแม้แต่ขอบ กกน ให้สยิวกิ้วเลยทีเดียว

8.  ริชอร์ (ตุ๊กตุ๊ก) สีเหลือง คันเล็ก มีมิเตอร์ด้วย ส่วนใหญ่ถ้าเห็นเป็นนักท่องเที่ยวจะบกอราคาแพงมาก เพราะเราไม่รู้ราคา ถ้าจะให้แน่ก็ลองถามคนแถวนั้นไปก่อนว่าราคาประมาณเท่าไหร่ก่อน เพราะถ้าคนขับบอก 200 จะต่อได้เหลือ 120 แต่ราคาคนพื้นที่จริงๆ อยู่ที่ประมาณ 70 - 80 รูปี ลองต่อกันนะคะ

9. ห้องน้ำ อันนี้สำคัญมาก ห้องน้ำมีตั้งแต่หินอ่อนจนถึงส้วมหลุม พกทิชชู่ไว้ให้มั่น เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และทำใจเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือซากเก่าที่ไม่ได้ราด ถ้าเที่ยวเองไปเมืองไกลๆ ก็ทำใจนิดนึง ถ้ามีโอกาสเดินผ่านร้านแมค หรือเคเอฟซี รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปและเนียนเข้าห้องน้ำไปเลย เพราะว่ามันดีที่สุดที่จะหาได้แล้ว เนื่องจากห้างบางห้างก็ตอบยากว่ามีห้องน้ำเพียงพอต่อความต้องการรึเปล่า เจอที่ไหน เข้าไปเลยค่ะ

10. ที่ควรอย่างยิ่งคือ ดูหนังแขก ที่เมืองแขก อันนี้ขอสงวนไม่เล่า เพราะอยากให้ไปลองด้วยตัวเอง รับรองมีเฮแน่นอน ;)

11. ต่อราคา ต่อไปแบบน่าเกลียดเลยก็ได้ ต่อไปก่อนครึ่งนึงแล้วเดินหนี เค้าจะเรียกและลดให้ แต่ถ้าไม่แสดงว่าเราต่อเยอะเกิน (ซึ่งหายาก) แต่ขอให้ต่อ มิเช่นนั้นจะแพงเกินไป คำนวนดีๆให้แน่ใจว่าถูกกว่าพาหุรัด เพราะของที่นี่ส่วนใหญ่จะแพงกว่าที่นู่นสองถึงสามเท่า ตลาดน่าช็อปคือ Pahar ganj ที่เดห์ลี ของส่วนใหญ่น่าจะนำเข้ามาจากตลาดนี้ อันนี้ราคาโอ ไม่แพงเวอร์ ต่อก็ลดได้นิดหน่อย ไม่เยอะมาก ถ้าเป็นที่ตลาดจันปัทจะแพง ราคานักท่องเที่ยว แนะนำว่าให้ไปเดินได้ แต่อย่าเพิ่งซื้อ เดี๋ยวโดนหลอก

12. โทรกลับบ้าน โทรตู้ถูกมาก นาทีละไม่เท่าไหร่ มองหาตู้ที่เขียนว่า STD มันจะเป็นตู้ร้านเล็กๆทั่วไป โทรเสร็จค่อยเดินไปดูบิลและจ่ายเงิน หรือใครอยากได้ซิมอินเดียมองหาร้านที่เป็นร้านขายบัตรเติมเงินก็มีซิมขาย บางทีจะขอรูปและสำเนาพาสปอร์ต ก็เตรียมไปก่อนนะคะ ส่วนใหญ่เราจะซื้อของ Vodaphone หาเติมเงินง่ายดีค่ะ โทรกลับไทยก็ไม่แพง โทรในอินเดียยิ่งถูก เสียอย่างเดียว sms โฆษณาจะส่งมาทั้งวันทั้งคืน น่ารำคาญเป็นที่สุด

13. ระวังโดนหลอก อันนี้คงเตือนกันยาก เพราะคงเริ่มหลอกตั้งแต่ลงจากเครื่อง ลอกให้ขึ้นรถ (แพงๆ) แบกของให้จากสถานีรถไฟแล้วเรียกเงินบ้างอะไรบ้าง แต่ในความมืดย่อมมีแสงสว่าง คนดีที่พร้อมจะช่วยเราก็มี ดูหน้าตาและโหวงเฮ้ง ส่วนใหญ่ถ้าเป็นหนุ่มสาวอ๊อฟฟิต หรือคนที่ ตจว เค้าจะช่วยเหลือเราดีมาก คนที่มาหลอกก็เหมือนเมืองไทย คือ พวกรถ พวกขายของ พวกนี้โกงได้โกง หลอกได้ หลอก

ขากลับ


***อันนี้สำคัญมาก ต้องโชว์พาสปอร์ตและมีตั๋วเครื่องบินหรือสำเนาของตั๋วให้สนามบินดูนะคะ มิเช่นนั้นอาจถูกไล่ไม่ให้เข้าไปภายในสนามบินค่ะ กรี๊ดดดดดด***

เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเดินทางคนเดียว ก็เตรียมตัวเตรียมใจ และเตรียมเบอร์ฉุกเฉินที่จะโทรกลับไทยไว้ให้พร้อมนะคะ ที่อินเดียมีสถานทูตไทย มีคนไทย และคนอินเดียที่อยู่ในเมืองไทยที่พูดไทยได้อยู่บ้าง ในกรณีเลวร้ายสุดคือโดนปล้น หาทางแจ้งตำรวจและแจ้งสถานทูตหรือทางบ้าน ทางไทยสามารถส่งเงินผ่าน Western Union มาที่อินเดียได้ เก็บตั๋วไว้ให้ดี พาสปอร์ตอย่าให้หาย รับรอง อินเดียมีอะไรมันส์ๆ ให้ประทับใจและให้ระทึกกลับมาเล่าได้ยันเพื่อนลูกบวชเลยค่ะ 555 ฮินดูสถาน โบโฮต อัชฉาเฮ!

ขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ ;)













วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

The Lotus come from the Mud... Dirty India..

Most of the time when people talk about India.. They will say "India is dirty"

I want to ask them .. "Have you ever been to India?"

India is so big.. if you read from the wikipedia about India.. follow this link...
http://en.wikipedia.org/wiki/India

you will know how big there is..
and you should know that "Only one word can't explain the whole India - Maha Bharat or Hindu Stan"

if you think India is dirty.. people always shitting and rude.. you should know this thing happens every where in the world.. not only in India..

I was in South India.. try to called to Indian number.. but it doesn't work.. then one Uncle came and  asked me what's wrong? then he tried to help and also asked many people to help me to call this number.. I still remember how kind they were!


many place in India make me feel so happy to be there and always wanna go back to visit... food was nice.. people was sweet.. yeah.. not only good people I met.. but I'm sure you already know a lot of shit from other people so I no need to talk about it..

If you ask me why I like India... I can say that I don't know why in the beginning coz I grow up with the Ramayana story and also learn the Buddha story from the class room.. not only that.. I also dream to see Himalaya and the Ganga, Yamuna , Sindhu river  someday..


 http://en.wikipedia.org/wiki/Jana_Gana_Mana

जन गण मन अधिनायक जय हे
भारत भाग्य विधाता
पंजाब सिन्ध गुजरात मराठा
द्राविड़ उत्कल बंग
विन्ध्य हिमाचल यमुना गंगा
उच्छल जलधि तरंग
तव शुभ नामे जागे
तव शुभ आशिष मागे
गाहे तव जय गाथा
जन गण मंगल दायक जय हे
भारत भाग्य विधाता
जय हे जय हे जय हे
जय जय जय जय हे

Jana Gana Mana translate to English..


Thou art the ruler of the minds of all people,
Dispenser of India's destiny.
Thy name rouses the hearts of Punjab, Sind,
Gujarat and Maratha,
Of the Dravida and Orissa and Bengal;
It echoes in the hills of the Vindhyas and Himalayas,
mingles in the music of Jamuna and Ganges and is
chanted by the waves of the Indian Sea.
They pray for thy blessings and sing thy praise.
The saving of all people waits in thy hand,
Thou dispenser of India's destiny.
Victory, victory, victory to thee.
















































and when the day came.. I was like Uhhh... This is India... The Maha Barat...!!


The amazing place that many amazing thing and amazing people came from...  The place that people say "Dirty" but.. don't forget that "The Lotus flower came from the Mud" 
    "India!"  





วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โคลงสี่ (ไม่) สุภาพ ของหญิงเล็ก และผองเพื่อน

เมื่อวานเข้าร่วม Workshop กับกลุ่มภาษาและวรรณกรรม มีอาจารย์บุญเตือน (อบต) และวิทยากรอีกสามท่าน หนึ่งในนั้นคือ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ดิฉันก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดสิคะ ได้แบบว่า เจอตัวเป็นๆ และได้ร่วมรับประทานอาหารในห้องเดียวกัน.... กรี๊ดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆ (ขนาดกินกันคนละโต๊ะนะนี่กรู) แต่ก็อย่างว่า ความเป็นศิลปินอาจถ่ายทอดกันทางดีเอ็นเอ เพราะคุณหน่อยทะเลพ่อของหญิงเล็กนั้นไซร้ เรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก ตั้งแต่เด็กๆ ก็แต่งกลอนส่งประกวด ได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้างตามประสา แต่พอเมื่อมาทำงานแล้ว ก็ห่างหายไปจาวงการกวี พอมีงานสัมมนานี้หญิงเล็กก็รีบพุ่งไปด้วย (ขนาดไม่ได้ลงชื่อไป แต่ก็ยังแบบนะ ขอแจมซะหน่อยสิ)

ด้วยอาการคันมือ  เราจึงเริ่มปฏิบัติการทดลองแต่งโคลงร่วมกะชายกอบ (พี่ชายร่วมขบวนการในกลุ่มงานจารีต) ร่วมกันแต่งเพื่อกัดจิกแบบกวี ดังนี้

(อันนี้มีนาม สมมุติของคนสองคน คือ เจ้านาย และลูกน้อง ที่เราเจอแบบนี้บ่อยๆในที่ทำงานน่ะ เลยแต่ง เวลาอ่านกรุณาทำเสียงจิกๆ จะได้อารมณ์ม้ากกกกกก)

ยีบอกให้หยิ่มมา      หยิ่มนั่ง
ทำเป็นตั้งใจฟัง       นกรู้
ตาพริ้มอย่างซึ้งจัง   เจือกหลับ
เทพหยิ่มใครอย่าสู้   อย่างเรื้อนแลเฮย...

กร๊า กกกกๆๆๆๆๆ

อีกคน อันนี้ ฉายา คอโรฟิล เพราะพี่แกชอบรดน้ำต้นไม้ (ไม่ใช่หน้าที่) และวันๆ นั่งขยับเม้าส์ (คลิกหาอะไรบางอย่างบนคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ใช่หน้าที่) เราเลยแบบ .. ขอซักนิดส์นะพี่นะ


ดับเบิ้ลคลิกกระดิกนิ้ว    พุทโธ่
นามว่านายคอ โร          ดั่งนั้น
วันวันไม่ทำโอ             ทำห่า ไรเลย
ใคร แช่งแม่งไม่คร้าน     สุดด้านทำมึน

วีนนนนนนนนนนนนน......


จากนั้น ช่วงบ่ายก็เริ่มมี Work shop หญิงเล็กและผองเพื่อน เลยได้โอกาสฝึกแต่งโคลงกับผู้เข้าร่วมสัมมนา... ไม่ใช่ไก่กานะคร้าาาา ขอบอก... โคลงนั้นกรรมการท่านบังคับว่า จะต้องมีคำเหล่านี้อยู่ และต้องแต่ง เอก โท ตามบังคับของโคลง เราก็แบบ กรี๊ดดดดด แค่แต่งโคลงก็ปัญญาแทบไม่มียังมีคำบังคับอีกเหรอ... จะยากไปไหนคะ หญิงเล็กแต่งเอามันส์ ไม่ได้แต่งเอาโล่นะคะ.. กรี๊ดดดดดๆๆๆ

คำบังคับชุดแรกคือ "รักอ่านรักเขียน" (อันนี้ให้แต่งเป็นกลุ่มที่นั่งโต๊ะเดียวกัน มีสามคน แต่แต่งอยู่สองคนค่ะ)

เอาสิ จะเอาไงดี... เราเลยแต่งว่า....

รักเขียนเราจึ่งต้อง     ท่องจำ
รักอ่านพากเพียรย้ำ    ค่ำเช้า
เล็กน้อยค่อยค่อยทำ  ลืมตื่น
เช้าแม่มาปลุกเข้า      คร่อกฟี้ทีกู

ฮ่าๆๆๆๆๆ (อันนี้คงโดนเซ็นเซอร์ กมก ไม่อ่านออกเสียง)

อีกอันคือ "รักใคร่ไยดี" หญิงเล็กจึงแต่งจากแรงบันดาลใจส่วนตัว โดยมีชายกอบ (อีกแระ) ช่วยคิดคำที่เข้ากฏเอกโทให้ ว่า.....

ชายไทยมีหมื่นล้าน      จรลี
แปรเปลี่ยนเป็นสตรี      ทั่วหล้า
รักใคร่ไม่ไยดี              ชะนีเบื่อ
หมดสิทธิ์แล้วตูข้า        แน่แท้ คานทอง

กร๊ากกกๆๆๆๆ ฮามากกกก ขนาดได้อ่านออกเสียงบนเวที แถม กมก ยังแอบบอกว่า ขอให้สมพรปาก (วีนนนนนน!!!)

โคลงนี้ประสบความสำเร็จ คนฮาทั้งฮอลล์ แหวกแนวเหลือเกิน (ปลื้ม) ส่วนใหญ่คนจะแต่งกันแบบเป็นทางการ วิจิตรพิสดารมาก แต่อิฉันเอาฮาไว้ก่อน เพราะเป็นนิสัยและสันดานส่วนลึกๆ

ปรากฏว่า หญิงเล็กได้รับคอมเม้นจาก กมก ว่า "OK" และลายเซ็นต์จากอาจรย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (ศิลปินแห่งชาติ) อาจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง (กวีดังแห่งล้านนา ผู้อ่านโคลงของหญิงเล็กออกอากาศบนเวที กรี๊ดดดดๆๆๆ) และอาจารย์บุญเตือน ศรีวรพจน์ (หัวหน้ากลุ่มภาษาและวรรณกรรม) ดูได้จากภาพปลากรอบด้านล่างนะ กรี๊ดดดด กร้าาาาดดดด กรี๊ดดดกร้าดดดดด....

และร่วมถ่ายรูปด้วยอีก กรี๊ดดดดดดดดดๆๆๆๆๆ

จากวันนี้ หญิงเล็กก็ค้นพบและปลุกพรสวรรค์ที่หลับไหลมานานผ่านกาลเวลา อิ๊ๆๆๆ (เวอร์ไปนิดส์ จิ๊ดนึง) ตั้งใจว่าจะแต่งโคลงจิกกัดต่อไปให้มันส์ปาก และโคลงฮาๆ ให้อ่านแล้วท้องขัดท้องแข็งกะเพื่อนอีก...

ใครอ่านแล้วอยากติชมหรืออยากร่วมแต่ง เชิญคอมเม้นไว้ได้นะคร้าาาา นะคร้าาาาา.....


ป.ล. และถ้าใครหาว่าหญิงเล็กมัวแต่ทำไรอยู่นี่สิ ถึงเรียนไม่จบซะที หญิงเล็กขอยืดอกรับ และกล่าวเป็นโคลงสวยๆ ที่กวีระดับแนวหน้า ประพันธ์ไว้ ..... (เฉพาะท่อนนี้ เพื่อหญิงเล็กเรยจริงๆ)

กล้วยไม้ออกดอกช้า   ฉันใด
การศึกษาย่อมเป็นไป  ฉันนั้น......!!!!!!!




วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Five Precepts for Thai (Eng. version by Golf Chayanin and Ploysi)

five basic Buddhist precepts of moral practices... in Thai Joke.. (but I think it's really true!)  heheee..

1. Refrain from violate or kill any other beings (Unless a mosquito bits us.. Hit it! )
2. Refrain from  steal other's property..  (if they fall to sleep, take it all..)
3. Refrain from commit adultery.. (if your beloved ignore your flirting , force him/her!)
4. Refrain from say a lie.. (if we fart and some body ask, just say "NO")
5. Refrain from drink alcohol or take any drug. (if we not drunk yet, get many more)

hahahaaa...

it's so funny when we sing it when we were young!
I guess 90 % of Thai kids knew this poem!

but when I grow up... and think about this joke.. it's still funny .. but in another way..
more like satirize or parody about Thai people our self..

I agree with this Joke..


coz Thailand always show the world that we are the Buddhism country..
We offering food for the monks every morning..
The center of our soul is a temple..

BUT...

Even the 1 Precept.. "Refrain from kill" we can't do it..
We gave the meat to the monk to eat!!!

I got an argument with 1 Thai monk in the class room..
I asked him.. What is the 1 precept??? and why people still offering meat to u?
He said.. well.. Monks "have to" accept and eat everything that people offering to us..

so I asked him "Then why you don't teach them the 1 precept is .. refrain form kills" ?? without demand then it is no supply..

after that.. we have more conversation.. make me sad to know that some monk.. they have an idea about animals like this..

They still believe that animals born to be food for us and it is "Food chain" ...
if we don't eat this animals... then others will...

after this answer.. I don't know why people still say that "We are higher than animals coz we are human being"

what we did.. (kill) and what they did (kill) is just the same!

I believe about the demand and supply... without demand.. then no supply..
if we not order to eat meat.. then no kill..

but if other animals (who "have to eat meat naturally and they have no choice") must be different..

it's not only because we are still in the Samsara..
but it's all about the justice..

if we love our life... other being they also do..

let's forget about shark's fin soup, bird nest, chicken soup.. etc..

coz many other food we can eat and enjoy our meal without killing..

and you will know how happy when our stomach full (without blood and..)

you will hear the chicken wake you up in the morning.. bird flying on the sky.. cow walk pass by and go to the field to eat some grass and give us some milk.. sometime we can walk with the dog and jump with the rabbit..!!

Ahhhhh.....

Let's make a lovely planet!

(^0^)//

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Stop the murder for a New Year of Love!!


Hi Every fan of Chinese New Year!!

The New Year come again!! This Year (2010) is on 14th of Feb..Yes!!! It's a Valentine's day too!!...This New Year is on Valentine's Day!! WOW!!!

I woke up and walk to the Veg.place like I usually do every day..

from my place to the Veg. place... gonna past one Chinese Temple..

I knew that today is the day Chinese people will offering food for the God , ritual  and the family member who pass away too...

I knew what I gonna see.. and I was right..

One Chicken on the disk.. and 3 more one the table.. 1 more on the higher table...

Yes.. This is the custom.. But.. Do we have to kill for celebrate the being of the year???

I remember that my family used to offering about 4 or 5 chickens for a  Chinese new year when I was young.. and we had to keep it and spend a week to finished those chickens!

This year I didn't go back home to celebrate the New Year with my family... and I hope they don't order too many chicken..

And if the time comes to me to do this celebrate.. I'm going to free the animals and use only Veg. food to start the first day of the year.... and the whole year...!!

I don't know how many Chicken die today... I'm sorry for all of them.. and wish their soul going to the good way.... coz they die for others and make those people enjoy the New Year!


Happy New Year on the Valentine's Day... The Day of Love!

Don't forget to love others with the loving Kindness... (^0^)// Woooooooo......!!

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

Meat Free Monday in Thailand..!! It's time to change!!

Many time I can easily find the Vegetarian food in other country.. but not really easy in Thailand..!!

Now I found more Vegetarian place at Pranakorn Area in Bangkok, much more than 9 years ago since I became Vegetarian..

and now.. I just find out that some people also asked to do Veg. meal for once in a week...

Please check it out!!!
for the Meat Free Monday in Thailand!!!!

http://www.gopetition.com/petitions/meat-free-monday-in-thailand.html


Let follow the link and send the message to Thai Prime minister to make the project "Meat Free Monday in Thailand" promote Thai people to know more about Vegetarian food and support the restaurant to have "Veg. Menu" educated our people who love to go to the monastery not to offering MEAT to the monk!! That's too pity for a Buddhism Country!! I'm impress that in Islamic country like Malaysia have more Veg. food than us even they are not Muslim who own the restaurant but at least there is very common to find more Veg. Restaurant for every body more than Thailand that we always say that we are Buddhism Country, Please think about it!!!

Vegetarians are VERY TESTY!! and DELICIOUS !!
I used to eat Meat long time ago.. and from my own experience that I have been Veg. during I was 17 years old until now.. (since 2001) and I must say that I'm always enjoy eating the Vegetarian food!! I love Vegetarian!!!








Vegetarian restaurants in Bangkok, Thailand that I love to go.. ^^
-
Number one Restaurant (Behind Berger King Khaosan Rd.)
-
Ethos Vegan and Veg. Food : Food , Drink and Free Wifi (Behind Berger King Khaosan Rd.)
-
May KaiDee : Thai Classical dance every Sat. night at Khaosan Place (Behind Berger King Khaosan Rd. and Samsen Soi 2 Pranakorn, Banglampoo)
-
Ran Lung Seart (a little Veg. place every Mon. - Fri. at Thewet inside the Cooperative Promotion Department ,Flower market street, Thewet)
-
KOKO Ahan Thai lea Mangsawirat (Siam Center Point)
-
Vegetarian Food (Indian Emporium Food Center , Pahurat)
-
Pontree Chamlang Vegetarian Food (Food Center MBK, Platinum Mall)
-
Jatra Restaurant and Bar : Veg. Menu & Free Wifi (Tanee Rd. near to sweensen Khaosan Rd.)
-
Mangsawirat Sanpanhan (behind the doll shop in Pahurat near to the flyover )
-
Ran J : Pure Vegan Food (the restaurant inside the small soi with the yellow J flag near to K - Bank Banglampoo)
-
Eaw Ta Prachan : Vegetarian Menu (opposite Silapakorn University , Ta Chang)
-
Chan Chala : Vegetarian Menu (Near to the Samsen Transtation)


or check this (only Thai)
http://www.yourhealthyguide.com/restaurants/r-name-veggi-bkk.htm


If you are the meat lover and still confusing!! It's time to change!!
Try Veg...!!
(^0^)//....................Woo Wooo!!